ผีเปรตไทย
![]() |
ผีเปรต |
![]() |
ผีเปรต |
![]() |
เปรตญี่ปุ่น จิคินินคิ |
![]() |
ผีกระสือไทย |
![]() |
แฝดปีศาจมรณะดอพเพิลเกงเกอร์ |
ดอพเพิลเกงเกอร์ แปลว่า แฝดปีศาจ หรือ แฝดมรณะ เป็นปีศาจที่ถือกำเนิดจากมนุษย์ที่ถือว่าเป็นร่างต้นแบบ มีลักษณะที่เหมือนกับร่างต้นแบบทุกประการเพียงแต่ไม่มีเงา ไม่มีภาพสะท้อนบนกระจกหรือน้ำ และเป็นขั้วตรงข้ามของคนๆ นั้น หากเราเป็นคนดี ดอพเพิลเกงเกอร์ของเราก็จะเป็นคนร้าย หากเราเป็นคนร้าย ดอพเพิลเกงเกอร์ก็จะเป็นคนดี หากเราป่วย ดอพเพิลเกงเกอร์จะแข็งแรง และหากเราแข็งแรง ดอพเพิลเกงเกอร์ก็จะป่วย พวกมันจะปรากฏตัวในแบบที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เช่น ปรากฏตัวสองคนในพื้นที่คนละซีกโลกในช่วงเวลาเดียวกัน หรือปรากฏตัวในเวลาเดียวกันกับที่ที่เจ้าของร่างเสียชีวิตไปแล้ว
ดอพเพิลเกงเกอร์จะปรากฏตัวในยามที่เจ้าของร่างอ่อนแอ เมื่อหายดี ดอพเพิลเกงเกอร์ก็จะหายไป บ้างก็ว่าเป็นแค่ปรากฏการณ์วิญญาณออกจากร่าง การปรากฏตัวของดอพเพิลเกงเกอร์ถือเป็นสัญญาณแห่งความโชคร้าย ความเจ็บป่วยหรือภยันตรายที่จะเกิดกับผู้ที่พบเห็นดอพเพิลเกงเกอร์ หรือเกิดกับร่างต้นแบบของดอพเพิลเกงเกอร์ มีบางกรณีที่ดอพเพิลเกงเกอร์มาเพื่อช่วยเหลือหรือบอกข่าวสำคัญบางอย่าง แต่ที่น่ากลัวก็คือกรณีที่ดอพเพิลเกงเกอร์รับเอาความอาฆาตแค้นและความพยาบาทมาจากร่างต้นแบบ ก่อนจะพวกมันก็จะออกจากร่างต้นแบบไปก่ออาชญากรรม ทำร้ายผู้คน หรือทำร้ายร่างต้นแบบจนตาย
มีความเชื่อเก่าแก่อย่างหนึ่งบอกว่าหากพบเจอคนที่หน้าเหมือนกันจะเสียชีวิตภายในหนึ่งปีนั้นเนื่องมาจากดอพเพิลเกงเกอร์อิจฉาร่างต้นแบบ มันจะหาทางกำจัดร่างต้นแบบทิ้งเพื่อให้ได้ครอบครองร่างและมีเงา กลายเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์โดยที่ไม่มีใครสงสัยเพราะลักษณะภายนอกที่คงเดิม แต่นิสัยจะเปลี่ยนไปแบบสุดขั้ว บางครั้งมันก็อาจสิงเจ้าของร่างเพื่อเอาไปทำเรื่องเลวร้าย ซึ่งในระหว่างนั้นผู้ที่ถูกสิงจะไม่รู้สึกตัวหรือจำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย บางครั้งมันก็สิงอยู่ในเงาบางคับให้ทำตามที่มันต้องการ โดยทั่วไปแล้วผู้คนจะแยกดอพเพิลเกงเกอร์จากคนปกติไม่ออก มีเพียงสุนัขและแมวเท่านั้นที่จะเห่าหรือขู่ใส่เงาของเจ้าของ
![]() |
ปีศาจสุนัขจิ้งจอก คิตซึเนะ |
คิตซึเนะ หรือ ปีศาจจิ้งจอก ถือเป็นปีศาจที่ทรงพลังและชาญฉลาดมาก พวกมันสามารถพูดภาษามนุษย์ได้ มีสติปัญญาที่ดีเลิศ เจ้าเล่ย์และมีความเชี่ยวชาญในวิทยาการและความรู้ของมนุษย์หลายแขนง รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนจิ้งจอกทั่วไป แต่อาจจะมีบางตนที่มีหลายหาง เชื่อว่าหางเหล่านี้จะงอกเพิ่มขึ้นหนึ่งหางทุกๆ 100 ปี และเมื่อมีครบเก้าหางก็จะทรงพลังถึงขึ้นสามารถควบคุมเวลาได้ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับปีศาจจิ้งจอกอีกอย่างหนึ่งก็คือหากฝนตกตอนที่แดดออก แสดงว่ามีงานแต่งงานของปีศาจจิ้งจอก ผู้คนไม่ควรออกจากบ้านเพราะอาจพบเจอเหล่าปีศาจได้
บางตำนานเชื่อว่าปีศาจจิ้งจอกถือเป็นสัตว์เทพที่คอยรับใช้เทพเจ้า เป็นตัวแทนในการรับฟังคำภาวนา ทำภารกิจและเป็นตัวแทนในการสื่อสารระหว่างมนุษย์และเทะเจ้าดังนั้นเราจึงมักจะเห็นรูปปั้นจิ้งจอกตามศาลเจ้าทั่วญี่ปุ่น ผู้คนที่เดินทางไปยังศาลเจ้าเหล่านี้มักจะถวายเต้าหู้ทอดซึ่งเป็นของโปรดของปีศาจจิ้งจอกด้วย
ในขณะที่บางตำนานการ์ตูนผีมองว่าปีศาจจิ้งจอกเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้าย สามารถควบคุมเปลวเพลิงหรือสายฟ้าได้ ชำนาญในการใช้มนสะกด สร้างภาพลวงตาและหลอกล่อมนุษย์ด้วยการแปลงกายเป็นทั้งบุรุษและสตรี พวกมันจำเป็นต้องใช้กะโหลกมนุษย์เพื่อการแปลงกายที่สมบูรณ์ดังนั้นมนุษย์ที่ตกเป็นเหยื่อจึงมักจะถูกฆ่าทิ้งและกรีดเอาหัวกะโหลกออกมา ส่วนใหญ่แล้วพวกมันจะปลอมเป็นหญิงสาวที่มีรูปลักษณ์งดงามท่าทางบอบบาง มีตำนานโบราณมากมายเล่าถึงภัยพิบัติจากปีศาจจิ้งจอกที่แปลงกายมา ครั้งหนึ่งมันแปลงกายเป็นหญิงงามยั่วยวนบุรุษสูงศักดิ์ สร้างความเดือดร้อนและทุกข์ทรมานอย่างมากแก่ผู้คน ทั้งยังก่อให้เกิดสงครามครั้งใหญ่ ทำให้ผู้คนนับพันเสียชีวิต จึงกลายเป็นที่จดจำในเรื่องของความเหี้ยมโหดและชั่วร้าย
แม้แต่ในปัจจุบันก็ยังเชื่อว่าปีศาจจิ้งจอกชื่นชอบการแปลงกายเป็นหญิงสาวเพื่อดูดวิญญาณชายหนุ่มเพิ่มพลังของตนเอง หรือเข้าสิงร่างมนุษย์ทำให้คนๆ นั้นเสียสติ ในขณะที่บางตนก็เลือกที่จะอยู่กับมนุษย์ โดยการปลอมตัวและใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์ มีคนรักและแต่งงานสร้างลูกหลานครึ่งมนุษย์ครึ่งปีศาจจิ้งจอกสืบต่อไป
![]() |
ผีเหรียญ |
![]() |
ผีสิงบันได |
ผีบันไดมีอยู่สองเวอร์ชั่น ซึ่งเวอร์ชั่นแรกจะบอกว่ามันสิงสถิตอยู่ตรงบันไดขั้นที่ 4 เนื่องจากเลข 4 ในภาษาญี่ปุ่นพ้องเสียงกับคำว่าความตาย จึงเชื่อว่าเป็นขั้นบันไดที่นำไปสู่ความตายหรือปรโลก ในขณะที่อีกเวอร์ชั่นหนึ่งจะบอกว่ามันสิงสถิตอยู่ระหว่างบันไดขั้นที่ 13 ระหว่างชั้นที่ 3 และชั้นที่ 4 ของอาคารเรียนเก่าๆ เป็นขั้นบันไดที่ทำหน้าที่เป็นทางเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์และมิติอื่นๆ
หากพลัดหลงเข้าไปแล้วก็จะไม่สามารถออกมาได้อีก บ้างก็เชื่อว่าถ้าเหยียบบันไดขั้นนี้จะต้องมีอันเป็นไป เช่น ตกบันไดคอหักตาย ประสบอุบัติเหตุ ถูกผีสิง หรือเสียชีวิตอย่างไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งตามปกติแล้วขั้นบันไดในโรงเรียนประถมญี่ปุ่นจะมีเพียง 12 ขั้น แต่ในยามเที่ยงคืนตรง บันไดขั้นที่ 13 จะปรากฏออกมาอย่างลึกลับ ผีบันไดมีรูปลักษณ์เหมือนเด็กประถมทั่วๆ ไป บ้างก็ว่าเป็นเด็กชาย บ้างก็ว่าเป็นเด็กหญิง บางครั้งก็ปรากฏตัวเป็นเงาเลือนราง มีเจตนามุ่งร้ายและต้องการทำร้ายทุกคนโดยไม่เลือกหน้า
ตำนานการ์ตูนผีเล่าว่าผีบันไดขั้นที่ 13 คือเด็กประถมผู้โชคร้ายที่พลัดตกลงจากบันไดขั้นที่ 13 และคอหักตาย วิญญาณของเด็กคนนั้นจึงสิงสถิตอยู่ที่บันไดขั้นนั้น จากนั้นมาหากเด็กคนไหนพลาดเหยียบบันไดขั้นที่ 13 ก็จะถูกวิญญาณในบันไดผลักให้ตกบันได หรือ ดึงเข้าไปในโลกแห่งความตายเป็นเพื่อนของตน บางตำนานก็บอกว่าเด็กคนนั้นโดนเพื่อนแกล้งผลักตกบันไดคอหักตายกลายเป็นวิญญาณร้าย ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ชาวญี่ปุ่นก็เชื่อว่าบันไดขั้นที่ 13 จะนำโชคร้ายมาให้ ดังนั้นเวลาเดินขึ้นบันได ชาวญี่ปุ่นบางคนก็จะนับขั้นบันไดไปด้วย เพื่อไม่ให้เผลอเหยียบบันไดขั้นที่ 13 โดยไม่รู้ตัว
![]() |
ผีเด็กญี่ปุ่นนำโชค |
ซาชิกิวาราชิ หรือแปลเป็นภาษาไทยได้ว่าวิญญาณเด็กในห้องรับแขก เป็นเรื่องผีที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่รู้สึกหวาดกลัวหรือรังเกียจ พร้อมที่จะต้อนรับเป็นอย่างดี เพราะว่าซาชิกิวาราชิเป็นผีเด็กนำโชคที่นำพามาซึ่งโชคลาภมากกว่าความโชคร้าย สามารถปกป้องสมาชิกในบ้านจากอันตรายและสิ่งลี้ลับได้ด้วย ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ชื่นชอบซาชิกิวาราชิเป็นอย่างมาก
ผีเด็กตนนี้มีทั้งเพศชายและหญิงในวัย 5-10 ขวบ เด็กหญิงจะไว้ผมทรงบ็อบสั้นหรือผมยาว และสวมใส่ชุดกิโมโนหรือชุดโบราณ ส่วนเด็กชายก็จะสวมชุดนักรบโบราณ ชอบกินขนมแบบเด็กๆ และค่อนข้างจะซุกซนตามประสา มักจะประจำอยู่ในห้องนั่งเล่นหรือห้องเก็บของของบ้านสไตย์โบราณ แต่ต้องไม่ทรุดโทรม บางครั้งก็ไปประจำอยู่ในห้องนั่งเล่นของโรงแรมต่างๆ
หากมีซาชิกิวาราชิอยู่ในบ้าน สิ่งที่ต้องทำก็คือรักษาความสะอาดของห้องนั้นและพยายามไม่ให้คนเข้าออกห้องนั้นมากจนเกินไป เพราะซาชิกิวาราชิไม่ชอบสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน ถ้าไม่พอใจ เธอจะหนีไปสิงสถิตบ้านหลังอื่นแทน และเมื่อซาชิกิวาราชิออกไปจากบ้านนั้น นอกจากจะถูกเรียกโชคลาภที่เคยได้ไปกลับคืนมายังอาจเกิดเรื่องร้ายแรง เช่น เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง หรือบางครั้งก็ถึงขั้นตายยกบ้านได้เลย
ตามปกติแล้วจะมีเพียงเด็กๆ ที่อายุราวๆ กันเท่านั้นที่เห็นซาชิกิวาราชิ แต่ก็มีผู้ใหญ่บางคนที่สามารถมองเห็นได้ และว่ากันว่าใครก็ตามที่เห็นซาชิกิวาราชิจะได้รับโชคลาภตามมาทำให้มีหลายคนพยายามเชื้อเชิญให้ซาชิกิวาราชิเข้ามาอยู่ที่บ้าน ด้วยการเตรียมของเล่นเด็ก ขนม ลูกอม เสื้อเด็กมาวางไว้ในห้องนั่งเล่น แต่ก็มีเปอร์เซ็นที่จะสำเร็จน้อยมาก
เชื่อกันว่าต้นกำเนิดของซาชิกิวาราชิมาจากเด็กๆ ในยุคสงครามโบราณ ช่วงนั้นอาหารการกินฝืดเคือง พ่อแม่จึงฆ่าเด็กทิ้งเพื่อกำจัดปากท้องที่ไม่จำเป็น วิญญาณเด็กน้อยที่ตายอยู่ในบ้านอย่างเดียวดายอาจไม่รู้ว่าตนตายแล้ว จึงเดินทางไปสิงสถิตในบ้านต่างๆ เมื่อเห็นว่าบ้านไหนมีขนม มีเด็กๆ หรือมีความอบอุ่นก็จะสิงสถิตอยู่ในบ้านหลังนั้น ถ้าซาชิกิวาราชิตนไหนซุกซนหน่อยก็อาจจะออกมาเล่นออกมาคุยกับเด็กๆ ในบ้าน แกล้งวิ่งเล่นเสียงดังในตอนกลางคืน หรือปรากฏเป็นเงาผลุบโผล่ๆ ให้คนตกใจเล่น
![]() |
ผีถ้วยแก้ว |
ผีถ้วยแก้วคือวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในแก้วซึ่งถูกใช้เป็นสื่อในการเรียกวิญญาณมาถามไถ่ในเรื่องที่ข้องใจ ถือเป็นพิธีกรรมลึกลับที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน เชื่อกันว่าการเรียกวิญญาณนั้นเป็นอันตรายอย่างยิ่ง หากไม่ทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องอาจถูกวิญญาณทำร้ายหรือสิงสู่ได้ เพราะบางครั้งวิญญาณที่เรียกมาก็กลายเป็นวิญญาณร้าย วิญญาณแค้น หรืออาจจะเป็นสัมเวสีในบริเวณนั้นที่จ้องจะเข้าร่างของคนเป็น
อุปกรณ์สำหรับการเรียกผีถ้วยแก้วประกอบด้วย
1 กระดานอักษรที่มีตัวอักษร ก-ฮ วรรณยุกต์ สระ ตัวเลข 0-9 และคำว่าใช่ กับ ไม่ใช่ นอกจากนี้ยังมีคำว่า ที่พัก ไว้สำหรับตอนที่รอให้วิญญาณตอบคำถาม เพราะว่าวิญญาณไม่สามารถสื่อสารกับเราทางคำพูดได้ จึงต้องมีกระดานนี้เพื่อถ่ายทอดข้อความ นอกจากนี้ก็สามารถเพิ่มคำพูดอื่นๆ ที่ใช้บ่อยลงไปได้ตามต้องการ
2 ธูป
3 แก้วใส
4. ผู้เล่นจำนวนสองคนขึ้นไปที่มีสุขภาพกายและจิตดี คิดแต่สิ่งที่บริสุทธิ์และมีความระมัดระวังในการถามคำถามวิญญาณ ห้ามดูถูกหรือพูดในสิ่งที่อาจทำให้วิญญาณโกรธ เพราะการทำให้วิญญาณโกรธอาจนำมาซึ่งผลลัพธ์อันร้ายแรงอย่างคาดไม่ถึง เช่น ถูกผีเข้า ถูกทำร้าย หรือถูกควบคุมร่างกาย ผู้เล่นจะต้องถอดสร้อยพระ ของขลังหรือสิ่งต่างๆ ที่ห้อยติดติดเพื่อป้องกันสิ่งลี้ลับออกจากตัวก่อน ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถเรียกวิญญาณได้
วิธีเล่นก็คือจุดธูปและเรียกวิญญาณ หากไม่ได้ระบุชื่อให้ชัดเจน อาจได้วิญญาณร้ายหรือสัมภเวสีบริเวณนั้นมาแทน นำแก้วมาครอบควันธูปให้เต็ม คว่ำลงบนกระดานอักษรโดยปิดให้สนิทไม่ให้ควันหลุดรอดออกมา จากนั้นให้ผู้เล่นทุกคนเอานิ้วแตะขอบแก้วเบาๆ และเริ่มถามคำถามต่างๆ โดยดูที่การเคลื่อนไหวของแก้ว ซึ่งในระหว่างนี้ห้ามเอานิ้วออกจากแก้วโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะถูกวิญญาณเข้าสิงได้ รวมถึงต้องระวังการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ รอบตัวรวมถึงการเคลื่อนไหวของแก้วและสีของควันในแก้ว หากควันธูปเปลี่ยนเป็นสีคล้ำขึ้นแสดงถึงอันตรายให้รีบเชิญวิญญาณออกจากแก้วทันที
เมื่อถามคำถามจนพอใจแล้ว ผู้เล่นจะต้องทำพิธีเชิญวิญญาณออกจากแก้วและขอบคุณที่วิญญาณมาตอบคำถาม จากนั้นก็ให้ทำลายอุปกรณ์การเล่นทั้งหมดเป็นอันจบพิธี มีหลายคนเชื่อว่าเมื่อเลือกจะเล่นผีถ้วยแก้วแล้วก็ต้องทำใจกับผลลัพธ์ที่ตามมา เช่น วิญญาณตามติด หรือ เจอปรากฏการณ์ที่อธิบายไม่ได้ เพราะการเรียกวิญญาณมาถามไถ่ถือเป็นการเปิดประสาทสัมผัสลี้ลับของคนๆ นั้นและไม่สามารถย้อนกลับไปเหมือนเดิมได้ บางคนอาจถูกสิ่งสกปรกเข้าตัว บางคนอาจถึงขั้นเห็นเป็นรูปร่างหรือดวงตก ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงได้
![]() |
เปรตญี่ปุ่นสูง8ฟุต |
เปรตญี่ปุ่นฮาจิชากุซามะ หรือ ผีสาวสูงแปดฟุต เป็นปีศาจที่มีลักษณะเป็นหญิงสาวผมยาว ผิวขาวโปร่งใส แขนขาลีบยาว สวมชุดประโปรงสีขาว สวมหมวกฟางปิดบังลูกตา เห็นเพียงรอยยิ้มบิดเบี้ยวน่ากลัว ส่วนสูง 8 ฟุตหรือ 244 ซม. บางครั้งก็บอกว่าเป็นหญิงชราหน้าตาอัปลักษณ์ใส่ชุดญี่ปุ่นโบราณ และส่งเสียงร้องว่า โปะ โปะ โปะ สามครั้ง เก่งเรื่องเลียนเสียงมนุษย์ และมักจะปรากฏตัวในพื้นที่แถบชนบท
ฮาจิชากุซามะเป็นเรื่องผีลักพาตัวเด็ก โดยเฉพาะเด็กผู้ชายที่อยู่ในช่วงวัยประถม ความเชื่อนี้มีสองเหตุผลหนึ่ง คือ มันอาจจะอยากได้เด็กไปเลี้ยงดู หรือ สอง ต้องการความเยาว์วัยของเด็กน้อย มันจะลักพาตัวเด็กๆ เหล่านั้นไปสูบพลังชีวิตเพื่อคงความเยาว์วัยและงดงามของตัวมันเอง เหยื่อที่ฮาจิชากุซามะเลือกนั้นไม่มีเอกลักษณ์โดดเด่นนอกจากเป็นเด็กผู้ชายก็พอ จึงเรียกได้ว่าเป็นการสุ่มเลือกเหยื่อ และถ้ามันหมายตาใครแล้วก็จะติดตามเหยื่อไปตลอด จากนั้นก็เลียนเสียงคนรู้จักของเหยื่อเพื่อหลอกให้ออกมาจากบ้านและฆ่าทิ้ง ส่วนใหญ่แล้วเหยื่อจะเสียชีวิตภายในหนึ่งถึงสองวันในบ้านของตัวเองในสภาพน่าสยดสยอง ตับไตไส้พุงถูกควักออกมา หรือบางรายก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
แม้จะยังไม่มีวิธีปราบฮาจิชากุซามะ แต่ก็มีวิธีป้องกันตัวในยามที่กลายเป็นเหยื่อของมัน หากใครเจอกับฮาจิชากุซามะแล้วหนีมาได้ มีโอกาสสูงมากที่จะโดนจับตัวไปในคืนเดียวกัน เด็กคนนั้นจะต้องขังตัวเองอยู่ในห้องทั้งคืน ปิดประตูหน้าต่างให้แน่นหนา ไม่ขานรับหรือพูดกับใครคนอื่น วางเกลือบริสุทธิ์ผ่านการปลุกเสกไว้ที่มุมห้องทั้งสี่ด้าน และจะออกจากห้องได้เมื่อแสงอาทิตย์มาเยือนเท่านั้น
ว่ากันว่าเมื่อยามเช้ามาเยือนเกลือบริสุทธิ์จะกลายเป็นสีดำสนิทดุจความมืดเพราะมันถูกใช้ขับไล่ฮาจิชากุซามะผู้ชั่วร้ายจนหมดพลังแล้ว หลังจากนั้นต้องส่งเด็กออกจากพื้นที่ทันที บางรายถึงขั้นต้องหนีไปต่างประเทศเพื่อรักษาชีวิตเลย
![]() |
ผีกระจก |
ผีกระจก หรือบลัดดี้แมรี่เป็นวิญญาณของหญิงสาวที่สิงสู่อยู่ในกระจกที่จะไม่ปรากฏตัวออกมาหากไม่มีผู้อัญเชิญ ขั้นตอนการอัญเชิญนั้นประกอบด้วย ห้องน้ำมืดๆ ที่มีกระจก เทียนไข และผู้อัญเชิญ ผู้อัญเชิญจะต้องจุดเทียนไขหนึ่งเล่มแล้วเข้าไปในห้องน้ำที่มีกระจกโดยไม่เปิดไฟเพียงลำพัง จากนั้นก็ท่องคำว่าบลัดดี้แมรี่ 3 ครั้งติดกันที่หน้ากระจก ถ้าพิธีอัญเชิญสำเร็จก็จะมองเห็นการเปลี่ยนแปลงบนพื้นผิวกระจกและเห็นเงาอันเลือนรางของบลัดดี้แมรี่ที่ปรากฏตัวในสภาพโชกเลือด ผมยาวกระเซิง เบ้าตากลวงโบ๋และกรีดร้องอย่างน่าสยดสยอง
ผู้อัญเชิญจะประสบชะตากรรมอันเลวร้ายเป็นราคาที่ต้องจ่ายเมือเรียกวิญญาณร้ายออกมา เช่น ถูกควักลูกตาและถูกทำร้ายจนใบหน้าเสียโฉม ถูกฆ่าโดยที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยกรงเล็บแหลมคมและจมอยู่ในกองเลือด หรือหายไปจากห้องน้ำอย่างไร้ร่องรอยและติดอยู่กับผีบลัดดี้แมรี่ในโลกกระจกไปตลอดกาล ความเชื่อเหล่านี้ทำให้เด็กวัยรุ่นมองว่าพิธีอัญเชิญบลัดดี้แมรี่เป็นพิธีทดสอบความกล้าอย่างหนึ่ง หากใครสามารถทำการอัญเชิญบลัดดี้แมรี่แล้วหนีรอดออกมาได้อย่างปลอดภัยจะได้รับการยกย่องว่าเป็นคนกล้าหาญ
ตำนานที่มาของบลัดดี้แมรี่มีกล่าวว่า หญิงสาวที่ชื่อแมรี่เป็นหญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามและเย่อหยิ่ง หมกมุ่นอยู่กับความงามของตัวเอง เอาแต่ส่องกระจกทุกวัน วันหนึ่งเธอประสบอุบัติเหตุร้ายแรงที่ทำให้เธอเสียโฉมกลายเป็นคนอัปลักษณ์ เมื่อเห็นสภาพของตัวเองในกระจก แมรี่ก็กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เธอเขวี้ยงกระจกจนแตกแล้วเอาเศษกระจกนั้นมาเชือดคอตัวเองตาย และวิญญาณก็ได้เข้าไปสิงสู่อยู่ในโลกของกระจก หากผู้อัญเชิญเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย ผีบลัดดี้แมรี่จะเกิดความอิจฉา พุ่งเข้าไปทำร้ายผู้อัญเชิญจนเสียโฉมเพราะไม่อาจทนให้คนอื่นสวยกว่าเธอได้
อีกตำนานเล่าาว่า เรื่องผีบลัดดี้แมรี่มีต้นแบบมาจาก อลิซซาเบธ บาโธรี่ สตรีผู้สูงศักดิ์ในสมัยโบราณที่จิตใจบิดเบี้ยวและวิปริต เธอชื่นชอบการทรมานสาวใช้และฆ่าคนด้วยวิธีที่อำมหิต วันหนึ่งเลือดของเด็กสาวที่ถูกทรมานกระเด็นมาโดนผิวของอลิซซาเบธและเธอก็รู้สึกว่าผิวที่เหี่ยวย่นกลับมาเต่งตึงขึ้นอีกครั้ง เธอจึงเชื่อว่าเลือดของหญิงสาวพรมจรรย์สามารถคืนความเยาว์วัยได้ ตั้งแต่นั้นมาอลิซซาเบธก็หาวิธีทรมานเรียกเลือดจากสาวใช้จำนวนมากให้เพียงพอที่จะอาบผิวในทุกๆ วัน ทำให้มีหญิงสาวจำนวนมากต้องเสียชีวิต อลิซซาเบธจึงถูกสาปแช่งและกลายเป็นวิญญาณร้ายติดอยู่ในโลกกระจกไปตลอดกาล
![]() |
ผีเสื้อคลุมแดง อะกะมันโตะ |
ประวัติผีเสื้อคลุมแดง อากะ มันโตะ
ผีเสื้อคลุมแดง อากะ มันโตะ เป็นผีญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในห้องน้ำเก่าๆ โดยเฉพาะห้องน้ำคอกที่สี่ เพราะหมายเลขสี่ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึงความตาย ฉายาของเจ้าผีญี่ปุ่นตัวนี้ก็มาจากการที่มันสวมเสื้อคลุมสีแดงเลือดที่เชื่อกันว่าแต่เดิมเป็นเสื้อขาวแต่ถูกย้อมด้วยเลือดจนกลายเป็นสีแดง แยกแยะเพศไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิงเพราะเสื้อคลุมที่ยาวปิดมาถึงเข่าและมองไม่เห็นใบหน้าของมันเพราะมีหน้ากากปกปิด แต่ที่น่ากลัวที่สุดก็คือมันจะฆ่าเหยื่อไม่เลือกหน้า เป็นวิญญาณเฮี้ยนปรากฏตัวคอยหลอกหลอนผู้คนในห้องน้ำ
อากะ มันโตะจะปรากฏตัวและถามคนในห้องน้ำว่าชอบสีแดงหรือสีฟ้า หรือ อยากได้กระดาษสีแดงหรือสีฟ้า หากตอบว่าสีแดง ก็จะถูกอากะ มันโตะฆ่า หั่นร่างเป็นชิ้นๆ จนเลือดย้อมเสื้อผ้ากลายเป็นสีแดง หรือโดนถลกหนังจนเห็นเนื้อสีแดงฉานเหมือนกับว่าสวมเสื้อกั๊กสีแดง แต่ถ้าตอบว่าสีฟ้า ก็จะถูกอากะ มันโตะเอาเชือกรัดคอจนขาดอากาศหายใจตาย หรือถูกสูบเลือดออกไปจากร่างจนหมดทำให้ผิวกลายเป็นสีฟ้าซีดเหมือนศพ คำตอบที่ถูกต้องก็คือการไม่เลือกทั้งสองสี โดยตอบว่าไม่เอา ไม่ต้องการ จะเป็นการถ่วงเวลาได้ระยะหนึ่ง จากนั้นก็ให้รีบหนีออกจากห้องน้ำให้เร็วที่สุดเพราะเมื่อออกจากห้องน้ำที่เป็นอาณาเขตของอากะ มันโตะแล้ว มันก็จะไม่สามารถทำอะไรเราได้อีก และอย่าได้ตอบสีอื่นที่ไม่มีในตัวเลือกเด็ดขาดเพราะอากะ มันโตะไม่ชอบคนลองดีและจะลากคนๆ นั้นลงสู่ขุมนรก
เรื่องเล่าที่แพร่หลายเกี่ยวกับอากะมันโตะก็คือมีคนรายงานตำรวจว่าได้ยินเสียงแปลกๆ ในห้องน้ำหญิง ตำรวจหญิงจึงเข้าไปตรวจสอบและได้ยินเสียงปริศนาถามว่าอยากใส่เสื้อกั๊กสีแดงหรือเปล่า ตำรวจหญิงตอบว่าใช่ด้วยความตกใจ และหลังจากนั้นเพื่อนตำรวจที่รออยู่ข้างนอกก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของเธอ เมื่อเข้าไปในห้องน้ำก็พบร่างของตำรวจหญิงถูกปาดคอนอนเสียชีวิตอยู่ที่พื้น เลือดที่ไหลออกจากคอย้อมให้เสื้อของเธอกลายเป็นสีแดงฉานราวกับว่าเธอกำลังสวมเสื้อกั๊กสีแดงอยู่ไม่มีผิด
หลายคนเชื่อว่าเรื่องราวของอากะมันโตะมาจากข่าวฆาตกรโรคจิตที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำและฆ่าหญิงสาวที่ใช้ห้องน้ำตามลำพัง การฆาตกรรมนั้นโหดเหี้ยมมากจนเลือดของเหยื่อย้อมเสื้อผ้าของฆาตกกลายเป็นเสื้อสีแดง และเมื่อเรื่องราวถูกเล่าขานปากต่อปากก็เกิดการผิดเพี้ยนมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเรื่องสยองขวัญมาจนถึงทุกวันนี้
![]() |
แม่มด |
แม่มดคือหญิงสาวที่ฝักไฝ่เวทมนตร์คาถา มีรูปลักษณ์ที่หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงผมยาว แต่งกายในชุดคลุมยาว สวมหมวกแปลายแหลม ใช้ไม้กวาดบินไปตามท้องฟ้า และมีแมวเป็นสมุนรับใช้ ว่ากันว่าแม่มดจะสืบทอดทางสายเลือดและถ่ายทอดความรู้ผ่านการสั่งสอนโดยไร้ซึ่งตำรา เพราะการเป็นแม่มดจำต้องปิดบังตัวเองไม่ให้ผู้อื่นรู้เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย
แม่มดนั้นสามารถเป็นได้ทั้งฝ่ายดีและฝ่ายร้าย ผู้ที่ฝักใฝ่ฝ่ายร้ายจะทำสัญญากับซาตาน ด้วยการขายวิญญาณของตนแลกกับพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ โดยยอมเป็นเจ้าสาว เป็นทาสรับใช้ ประกอบพิธีกรรมต่างๆ โดยใช้การบูชายัญชีวิตคนหรือสัตว์บริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังใช้อวัยวะสดๆ หรือเลือดสดๆ ด้วย แม่มดจำพวกนี้จะถูกเรียกว่าแม่มดดำ
เมื่อเป็นแม่มดแล้วก็จะใช้เวทมนตร์ที่เกี่ยวข้องกับการสาปแช่ง ทำร้ายคน สามารถแปลงกายเป็นสัตว์ต่างๆ ใช้พลังจากบรรดาภูตร้ายวิญญาณชั่ว ในขณะที่แม่มดฝ่ายดีหรือแม่มดขาวคือผู้ที่นับถือสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่เป็นฝ่ายดี เช่น ภูตแห่งพงไพร นางฟ้า นักบุญ หรือพลังธรรมชาติ แม่มดประเภทนี้จะใช้พลังเพื่อช่วยเหลือผู้คน ปกป้องคนอ่อนแอ เยียวยาอาการบาดเจ็บ มีความเชี่ยวชาญในด้านการรักษาโดยใช้สมุนไพรธรรมชาติ ทำนายอนาคตได้อย่างแม่นยำ หยิบยืมพลังจากธรรมชาติโดยไม่ทำร้ายใคร
ผู้หญิงในสมัยโบราณที่มีความเก่งกาจเหนือผู้อื่น มีรูปร่างพิกลพิการ มีรูปลักษณ์งามเหนือใคร หรือมีพฤติกรรมแปลกๆ มักถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด และในสมัยนั้นก็มีความหวาดกลัวแม่มดอย่างมากจนมีการล่าแม่มด ผู้หญิงที่น่าสงสัยจะถูกทางการนำตัวไปทดสอบ ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือการทรมานให้ยอมรับว่าเป็นแม่มด และวิธีการทรมานนั้นก็แสนโหดร้ายน่าพรึงกลัวอย่างมาก เช่น เฆี่ยนประจาน เอาเข็มแทงตามร่างกายเพราะเชื่อว่าไม่มีอาวุธใดทำร้ายแม่มดได้ หรือ จับผู้หญิงที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดไปถ่วงน้ำ หากเธอลอยขึ้นมาได้ก็ถือว่าเป็นแม่มดตัวจริง เพราะผู้คนเชื่อว่าแม่มดไม่มีวันจมน้ำ แต่ถ้าผู้หญิงคนไหนยอมรับว่าตนเองเป็นแม่มด ก็จะถูกเผาทั้งเป็นอยู่ดี
และเรื่องเล่าเหตุการณ์ของการล่าแม่มดที่โด่งดังที่สุดในโลกเกิดขึ้นในซาเล็ม รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ปี 1692-1693 ถูกบันทึกว่าเป็นการพิจารณาคดีแม่มดที่ซาเลม มีหญิงสาวผู้โชคร้ายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดถึง 200 คน มีผู้ถูกประหารชีวิต 20 คน และเสียชีวิตในคุกอย่างน้อย 5 คน ถือเป็นการล่าแม่มดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์
ตุ๊กตาผีสิงแอนนาเบล เป็นหนึ่งในตุ๊กตาผีสุดเฮี้ยนที่โด่งดังไปทั่วโลก อย่าปล่อยรูปลักษณ์ภายนอกของมันหลอกคุณและอย่าไปแหย่มันเด็ดขาด เพราะมันมีทั้งโหดเหี้ยม ชั่วร้ายและอันตรายอย่างมาก แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องเหนือธรรมชาติอย่างสองสามีภรรยา เอด และ ลอร์เรน วอลเรนก็ยังไม่อาจรับมือกับเจ้าตุ๊กตาตัวนี้ได้
แต่เดิมแอนนาเบลเป็นเพียงตุ๊กตาผ้าธรรมดา มีผมสีแดงทำจากไหมพรม จมูกสามเหลี่ยมสีแดง สวมชุดสีขาวและถุงเท้าลายที่วางขายในร้านขายของเล่น ทว่า หลังจากที่หญิงสาวที่ชื่อดอนน่าได้รับตุ๊กตาแอนนาเบลเป็นของขวัญ แอนนาเบลก็เริ่มออกฤทธิ์ มันเคลื่อนย้ายตัวเองไปยังสถานที่ต่างๆ แม้จะอยู่ในห้องที่ล็อคประตู มันก็สามารถออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ นอกจากนี้มันยังแสร้งทำเป็นว่าตัวมันคือวิญญาณของเด็กน้อยที่เสียชีวิตอย่างน่าสงสาร ทำให้ดอนน่าใจอ่อนและยอมเก็บมันไว้
แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้ายของเรื่องผีเรื่องนี้ เพราะแอนนาเบลเริ่มคุกคามชีวิตของดอนน่าและรูมเมทด้วยการกัด ขีดข่วนร่างกายจนเลือดไหลและบีบคอรูมเมทของดอนน่าจนแทบจะขาดอากาศหายใจตาย ถึงตอนนี้ดอนนารู้แล้วว่าสิ่งที่อยู่ในตุ๊กตาแอนนาเบลล์ไม่น่าจะใช่แค่วิญญาณเด็กผู้หญิง เธอจึงขอความช่วยเหลือจากบาทหลวงที่ติดต่อเอด และ ลอร์เรน วอลเรน อีกทีหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติทั้งสามเชื่อว่าวิญญาณที่สิงตุ๊กตาแอนนาเบลนั้นเป็นปิศาจร้ายในระดับเดียวกับซาตานที่่พยายามจะยึดครองร่างของคนเป็น และอาจทำร้ายหรือคนในบ้านทุกคน สองสามีภรรยาลอร์เรนไม่รอช้า รีบทำการไล่ผีและยอมรับว่าเป็นการไล่ผีที่ยากลำบากที่สุดเท่าที่เคยเจอมา
แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ทำได้เพียงกำราบมัน ไม่สามารถขับไล่ไปได้โดยสมบูรณ์ เพราะว่าหลังการไล่ผี สองสามีภรรยาลอร์เรนเกือบประสบอุบัติเหตุจนต้องทำการพรมน้ำมันใส่ตุ๊กตาอยู่ตลอดทาง บาทหลวงที่มาช่วยจัดการแอนนาเบลก็เกือบจะตายเพราะรถคว่ำ เหตุการณ์น่าพรึงกลัวเหล่านี้ทำให้แอนนาเบลถูกนำไปใส่ไว้ตู้กระจกพิเศษที่มีล็อค มีไม้กางเขนติดอยู่ด้านบน และเปิดให้ผู้คนทั่วไปเข้าชมได้จนกระทั่ง
ปัจจุบัน มีเรื่องเล่ากันว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งได้ลองดีไปแคะกระจกตู้เก็บแอนนาเบลล์ ซึ่งถือว่าเป็นการรบกวน ปรากฏว่าหลังจากเขากลับออกไปเพียง 3 ชั่วโมง ก็ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ที่เจ้าตัวเป็นผู้ขับชนกับต้นไม้เสียชีวิตทันที